การมองหาช่องทางลงทุนในปัจจุบันควรต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ ในยุคที่ทุกคนต่างก็เร่งรีบไม่มีเวลาในการทำธุรกรรมสำคัญต่างๆมากนัก ธุรกิจบริการจึงเป็นอีกช่องทางการลงทุนที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเลือกแฟรนไชส์ที่มีประสบการณ์และมีเงื่อนไขในการลงทุนที่ดีก็จะทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

แฟรนไชส์เพย์พอยท์เซอร์วิส ที่มีจุดเด่นคือพื้นฐานของการเป็นบริษัทพัฒนาซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีที่หันมาดำเนินธุรกิจบริการจึงได้เปรียบในเรื่องของโปรแกรมที่มีคุณภาพเป็นรูปแบบร้านสารพัดบริการที่ไม่ว่าลูกค้าต้องการทำอะไรก็มีครบจบในเพย์พอยซ์เซอร์วิสเพียงที่เดียว

อีกทั้งรูปแบบการลงทุนยังยืดหยุ่น สามารถเพิ่มลดอุปกรณ์ในการลงทุนได้ตามความเหมาะสมที่ต้องการ ซึ่งผู้ลงทุนทุกคนจะได้รับผลตอบแทนแบบ 100% โดยไม่มีการเก็บส่วนแบ่งจากยอดขายใดๆทั้งสิ้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้คนให้ความสนใจร่วมลงทุนกับเพย์พอยท์เซอร์วิสมากถึง 800 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งก็ถือว่ายังไม่ครอบคลุมกับความต้องการของผู้ใช้บริการที่ยังมีจำนวนอีกมากในปัจจุบันนี้

ที่มาของรายได้

รูปแบบการเปิดร้านไปรษณีย์เอกชน เป็นการให้บริการกับลูกค้าในหลากหลายงาน ดังนั้น รายได้ส่วนใหญ่ของทางร้านจะมาจาก “ค่าบริการ” โดยสามารถประมาณที่มาของรายได้ ได้ดังนี้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลและร้านของลูกค้าด้วย ซึ่งทางร้านจะสามารถกำหนดเองได้)

  1. ฝากส่งไปรษณีย์ ส่งพัสดุด่วน รายได้ค่าบริการ 10-100 บาท/ชิ้น ปรับเปลี่ยนตามน้ำหนัก
  2. ผลกำไรจากการขายกล่อง-ซอง กำไร 5-20 บาท/ชิ้น ตามขนาด
  3. บริการชำระบิลต่างๆ ค่าบริการ 5-20 บาท/บิล
  4. เติมเงินมือถือ จะได้กำไร 3.5-4% (ขึ้นอยู่กับระบบ)
  5. บริการโอนเงินด่วน ค่าบริการ 30-120 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน สามารถกำหนดได้เอง)
  6. บริการถ่ายเอกสาร , ปริ้นงาน แผ่นละ 1-10 บาท แล้วแต่ลักษณะงาน
  7. บริการงานประกันภัยรถยนต์ 500-3,000 บาท ต่อรายการ
  8. งาน พ.ร.บ. ต่อภาษี 150-500 บาท ต่อรายการ
  9. บริการเคลือบบัตร ค่าบริการ 10-30 บาท/แผ่น
  10. บริการถ่ายรูปด่วนติดบัตร ได้ค่าบริการ 80-100 บาท/โหล
  11. เป็นจุด Dropoff Easy Ship ได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม
  12. รายได้เพิ่มจากการส่งพัสดุขนส่งเอกชน Kerry SCG และอื่นๆ
  13. รายได้จากการเป็นตัวแทน Dropship จากทางเรา